วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551


นายกฯบอกขอใช้เวที2สภาฯ ถกทางออกวิกฤติการเมือง


นายกฯขอใช้ 2 สภาฯหาทาออกวิกฤติการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ บอกเปิดโอกาสสมาชิกแสดงความคิดเห็นเต็มที่!



นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ"สนทนาประสาสมัคร"ว่า ในช่วงบ่ายโมงครึ่งวันนี้ตนจะไปฟังและจะชี้แจงในสภา และขอบคุณนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมา

"การประชุมรัฐสภาจะเป็นเวทีที่พูดจาได้ชัดเจน แสดงความเห็น ใครเข้าข้างใครยังไง ได้เลย แปลว่าบ้านเมืองนี้ฝ่ายนั้นมีโอกาสชนะใช่ไหม ทำไมคนเป็นนักการเมืองไม่มีความคิด ที่เจ็บช้ำคือบรรดาสหภาพแรงงาน รถไฟ ขสมก. การบินไทย มันอะไรนักหนา จะทำลายบ้านเมืองด้วยวิธีนี้"

นอกจากนี้ นายสมัครยังได้ชี้แจงเหตุปะทะกันที่หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล และมีภาพข่าวโดยระบุว่า ตำรวจใช้แก๊สน้ำตากับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ตำรวจได้ยืนยันแล้วไม่ได้เป็คนลงมือ ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ หรืออาจเป็นมือที่สาม ได้ตั้งชุดตรวจสอบดูว่าเป็นใคร แล้วสื่อมวลชนเสนอข่าวนี้ วิจารณญาณอยู่ที่ไหน ยังสอบสวนอยู่แต่ข่าวออกไปทั่วโลกแล้ว ขณะที่บ้านเมืองได้รับการโหวตว่าเป็นเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก ตนทำหน้าที่ของตัวเองตรงนี้ แต่คนกลุ่มหนึ่งคอยจ้องหาเหตุ ซึ่งตนเองไม่ได้กลัวแต่เกรงว่าบ้านเมืองเสียหาย

โดย คม ชัด ลึก
วัน อาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551 11:17 น.


วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551


สมัคร เลิกสลายม็อบทำเนียบหวั่นบานปลาย



สมัคร เลิกสลายการชุมนุมที่ทำเนียบ ใช้กระบวนการกฎหมายจัดการ ผวาบานปลาย รับสั่งเคลียร์พื้นที่ แต่ต้องยกเลิกเกรงอันตราย ย้ายจัดงานไปสวนอัมพรฯ

นายสมัคร สุนทรเวช

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยืนยันว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุม แม้จะถือว่าคำสั่งศาลแพ่งที่ให้พันธมิตรฯออกจากทำเนียบฯจะเป็นการให้ดาบมาถือไว้ ครั้งแรกคิดว่าจะเคลียร์พื้นที่

"แต่เมื่อไตร่ตรองแล้วเห็นว่าจะเกิดอันตรายได้ เพราะม็อบมีการสร้างแนวป้องกัน จึงจะให้แกนนำที่ถูกออกหมายจับมารายงานตัว จะไม่มีการสลายการชุมนุมเพื่อไม่ให้เกิดการสปาร์กอะไรขึ้นมา"

ถามว่ารัฐบาลจะเสียความชอบธรรมหรือไม่ เพราะไม่สามารถเข้าไปบริหารงานในทำเนียบฯได้ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะได้บ้างเสียบ้าง รัฐบาลไม่ได้เสียสถานะทางการเมือง ส่วนการจัดงาน 116 วันจากวันแม่ถึงวันพ่อที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 สค.ก็จะย้ายไปจัดที่สวนอัมพรฯแทน และเมื่อถามต่อว่า คิดถึงทำเนียบฯหรือไม่ นายสมัคร ก็ได้ถามกลับว่า ทำไมถามอย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯไม่มีท่าทีที่เคร่งเครียด แต่กลับตอบคำถามผู้สื่อข่าวอย่างใจเย็น

ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากแหล่งข่าวใกล้ชิดนายกฯ ระบุว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาของนายกฯในเรื่อง กลุ่มพันธมิตรฯยึดทำเนียบฯจะใช้แนวทางตามกระบวนการยุติธรรม เช่น การฟ้องร้องต่อศาล เป็นต้น แต่จะยังไม่มีการใช้ความรุนแรงใดๆ

โดย กรุงเทพธุรกิจ
วัน พฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 11:45 น







วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ศาลสั่งพธม.ออกจากทำเนียบ จำลองระบุห้าทุ่มตร.เข้าสลาย





ศาลแพ่งมีคำสั่งให้พันธมิตรฯออกจากทำเนียบมีผลทันที ด้านจำลองระบุห้าทุ่มตร.เข้าสลายศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งให้พธม.ออกจากทำเนียบคืนนี้




ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00น.องค์คณะผู้พิพากษาศาลแพ่ง ได้ออกนั่งบังลังค์ และมีคำสั่งให้จำเลยทั้ง 6 กับพวก พาผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล ให้รื้อถอนเวทีปราศรัย และให้ขนย้ายสิ่งกีดขวางที่อยู่ในทำเนียบ ออกจากพื้นที่ รวมทั้งให้เปิดพื้นที่ถนนพิษณุโลก และถนนราชดำเนิน โดยคำสั่งดังกล่าว ให้มีผลทันที




เมื่อเวลา 21.45 น. พล.ต.จำลอง กล่าวบนเวทีว่า มีการระดมกำลังตำรวจกว่า 5000 นายเพื่อสลายการชุมนุมในเวลา 23.00 น. แต่ไม่ต้องกลัว เพราะพันธมิตรมีเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ปักหลักชุมนุมในทำเนียบฯ หากจะแพ้ก็ต้องแพ้ในทำเนียบฯ อย่างไรก็ตาม พล.ต.จำลองได้กำชับอีกครั้งว่าหากแกนนำทั้ง 9 คนถูกจับ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ต้องตามไป แต่ให้ปักหลักชุมนุมต่อไปอีก 2-3 วัน เชื่อว่าพันธมิตรจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน




นักวิชาการเชื่อจับ 5 แกนนำเกิดจลาจลแน่ เหตุคุมไม่ได้ วิพากษ์บุกยึดทำเนียบฯ - สถานที่ราชการ ไม่เหมาะ แต่ขอรัฐอย่าใช้ความรุนแรงปล่อยศาลตัดสิน เผยกระทบเศรษฐกิจระยะสั้น ขณะที่อาจารย์ มธ.ชี้พันธมิตรฯเสียความชอบธรรมจากการเคลื่อนไหว




รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงษธร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเข้าไปยึดหน่วยงานราชการต่างๆเพราะนี่คือสมบัติของประเทศ งานราชการก็เป็นงานที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เอง กลุ่มพันธมิตรฯก้าวพลาด เสียเปรียบ ภาพติดลบอย่างมาก ในสายตามของคนทั่วไป เป็นการพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการชุมนุมมากว่า 90 วัน ซึ่งถ้ามองเป็นเกม เกมนี้อาจจะจบลงได้ ดังนั้นอยู่ที่รัฐบาลจะใช้กลยุทธ์อย่างไรในการจัดการ ซึ่งหากใช้กลยุทธ์ผิดก็จะกลายเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กลุ่มพันธมิตรฯอีกครั้งหนึ่งได้ ส่วนพันธมิตรฯหากยังยืนหยัดต่อสู้ก็ต้องจัดกระบวนท่าใหม่สร้างความศรัทธากลับมาให้ได้ “นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามครรลองของประชาธิปไตย ก็ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทน ใช้เหตุผล อย่าให้เกิดการปฏิบัติรัฐประหาร เกิดการนองเลือด อาจจะมีความลำบากบ้าง เหนื่อยล้า แต่เชื่อว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะเรามีประสบการณ์แล้วในเหตุการณ์ 16 ตุลา 19 ตุลา ที่สำคัญทุกฝ่ายต้องช่วยกันในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนชั้นกลางในเมืองและชนชั้นกลางในชนบทให้หมดไปจากสังคมไทย ไม่เช่นนั้นปัญหาความขัดแย้งรุนแรงไม่มีทางที่จะหมดไปในสังคมไทยได้ ” รศ.ดร.นิพนธ์ กล่าว
อ่านบทความต่อได้ที่ http://news.sanook.com/politic/politic_300312.php

เราเป็นประเทศประชาธิปไตย
ประชาธิปไตยเป็นของประชาชน
แต่การใช้ประชาธิปไตย
ถูกต้องขนาดไหน ?

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ตำรวจขีดเส้นตาย ม็อบ ถอนตัว ภายใน 18.00 น.





ผบ.ตร. ฟันธงออกหมายจับ 5 แกนนำพันธมิตรฯ ฐานความผิดขัดต่อความมั่นคงประเทศ พร้อมขีดเส้นตาย18.00 น.วันนี้(๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๑)ให้ม็อบถอนตัว ด้านพันธมิตรฯเคลื่อนพลจากเอ็นบีทีกลับทำเนียบฯ


พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง โฆษก สตช. กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังไว้พร้อมสำหรับการควบคุมสถานการณ์ และขอยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม โดยจะใช้วิธีเจราจาด้วยสันติวิธี เพราะตำรวจเชื่อว่าแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมแต่ละคนมีความรู้ มีการการศึกษา และไม่ทำอะไรให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ส่วนการบุกยึดสถานี NBT นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรสวจสามารถควบคุมตัวได้ทั้งหมด 80 คน เป็นชาย 78 คน หญิง 2 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี โดยได้แจ้ง 4 ข้อหา คือ


1.บุกรถุกสถานที่ราชการ

2.ทำให้เสียทรัพย์

3.มีอาวุธไว้ในครอบครอง

4.มียาเสพติดไว้ในครอบครอง เนื่องจากพบใบกระท่อมจำนวนมาก ซึ่งความผิดลักษณะดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท



"การบุกของกลุ่มผู้ชุมนุมผมเชื่อว่ามีการสั่งการเชื่อมโยงกันมาจากบุคคลภายนอกเข้ามาแทรกแซงในการปิดสถานีซึ่งเข้าข่ายการล้มร้างรัฐบาล โดยตำรวจยังควบคุมสถานการณ์ไว้อย่างต่อเนื่อง ถ้าพบการกระทำความผิดก็จะจับกุมทันที พร้อมกันนี้ได้จัดเตรียมกำลังประจำจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบหรือสถานที่อื่นๆ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปอีก พร้อมกันนี้ได้ส่งการให้ฝ่ายสืบสวนบันทึกภาย ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป" พล.ต.ต.สุรพล กล่าว


อ่านข่าวต่อได้ที่ http://news.sanook.com/politic/politic_299984.php

ความสงบสุขของประเทศเราจะกลับมาได้ยังไง


ตราบใด ที่พวกเรา


ยังแตกความสามัคคีกัน


คุณคิดว่าสิ่งที่ ฝ่ายพันธมิตร ทำ เป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกคนแล้วหรือ


หรือจะมีทางออกอื่นอีกไหมสำหรับ พวกเรา ชาวไทยทุกคน


วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ทักษิณ ลาออกจากบอร์ด อ้างทำแมนซิตี้เสื่อม


"ทักษิณ" เสนอตัวลาออกจากบอร์ดแมนซิตี้
อ้างขายหน้าที่ทำให้สโมสรเสื่อมเสีย

(23 สิงหาคม) ประธานบริหารสโมสร แมนเชสเตอร์ซิตี้ แกร์รี่ คุ๊ก แถลงวันนี้ว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของสโมสรฯ ได้เสนอตัวลาออกจากคณะกรรมการบริหาร หลังลี้ภัยออกจากประเทศไทย เพื่อหลบหนีการถูกดำเนินคดีจากข้อหาคอรัปชั่น โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่า รู้สึกอับอาย ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สโมสรและพรีเมียร์ลีก และเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้

คุ๊กบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เปรยว่า หากต้องการให้เขาลาออกจากผู้อำนวยการบอร์ด เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพรีเมียร์ลีกเขาก็ยินดี ตราบใดที่ไม่ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งขณะนี้ทางสโมสรกำลังดูอยู่ว่าจะดำเนินการในทางใดได้บ้าง และพ.ต.ท.ทักษิณได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงด้วยว่า ให้อยู่ให้ห่างการแข่งขันที่ทีมแมนซิตี้ เตะในบ้านตัวเอง

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งพาครอบครัวเดินทางมาอังกฤษเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา อาจไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และความเหมาะสมของผู้ที่เข้ามาครอบครองสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกครั้งใหม่ ซึ่งพรีเมียร์ลีกอาจมีการพิจารณาอีกครั้ง หลังพิจารณาไปเมื่อปีแล้วหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กำลังเผชิญกับ 4 คดีความในศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมืองที่จะมีการตัดสินคดีแรกในวันที่ 17 กันยายนนี้

และจากการที่ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลอายัดไว้ ทำให้เขาต้องชะลอแผนการต่างๆ เกี่ยวกับสโมสร แต่ คุ๊ก ก็ยังยืนยันอย่างแน่วแน่ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บอร์ดก็จะไม่ยอมปล่อยหุ้น ข้างมากไป ซึ่งตอนนี้บอร์ดกำลังหารือกันในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการปรับโครงสร้างบอร์ด การขายหุ้น บางส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับผู้ที่เหมาะสมที่จะเข้ามากำจัดแรงกดดันบางอย่างออกไป

นอกจากนี้สโมสรยังต้องการเซนต์สัญญาซื้อนักเตะระดับซุปเปอร์คนหนึ่ง เพื่อเสริมหน้าตาของสโมสร ในตลาดต่างๆ อย่างจีนและอินเดีย หลังความพยายามซื้อตัวโรนัลนิญโญ ไม่เป็นผล

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : http://hilight.kapook.com/view/28022

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2551

อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังจากเกิดรัฐประหารในประเทศไทย

บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ เป็นข้อความที่ผู้สื่อข่าว 'แดน ริเวอร์ส'

จากซีเอ็นเอ็น (ประเทศสิงคโปร์)

สัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

โดยคำถามแรกคือ เรื่องข้อกล่าวหาว่าทักษิณมีส่วนเกี่ยวพัน

กับการก่อเหตุระเบิดในคืนส่งท้ายปีใหม่ในกรุงเทพ

ขอบคุณคลิปวิดิโอ : http://www.youtube.com/watch?v=K3nVdqgqXbA

โพลเชื่อทักษิณมีความผิด จึงหนีคดีไปต่างประเทศ

สวนดุสิตโพลสำรวจพบกลุ่มตัวอย่างเชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำผิด จริงจึงหนีไปอยู่อังกฤษ เห็นควรให้กลับมาสู้คดีให้ถึงที่สุด ส่วนการเมืองมองจะยังเหมือนเดิม
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (17 ส.ค.) ว่า สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ทั่วประเทศ จำนวน 2,312 คน เกี่ยวกับความรู้สึกของคนไทย กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ลี้ภัยไปประเทศอังกฤษ ผลปรากฏว่า ร้อยละ 34.55 เห็นว่า การหนีไปอยู่ต่างประเทศ แสดงให้เห็นว่า มีความผิดจริง ร้อยละ 21.58 เห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับการลี้ภัย เพราะถือเป็นการหนีปัญหา และร้อยละ 20.67 เห็นว่า ควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังและให้ความเป็นธรรมกับทุกคนส่วนสิ่งที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการมากที่สุดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวนั้น ร้อยละ 38.94 เห็นว่า ให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการอย่างอิสระ และไม่มีการควบคุมจากรัฐบาล ร้อยละ 29.44 เห็นว่า ให้ทุกอย่างควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และร้อยละ 18.01 เห็นว่า รัฐบาลควรเจรจากับรัฐบาลอังกฤษให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศไทย


สำหรับคำถามสิ่งที่ประชาชนอยากให้ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดำเนินการมากที่สุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้อยละ 43.01 เห็นว่า หยุดการชุมนุมประท้วง ร้อยละ 29.11 เห็นว่า ควรแสดงท่าทีอย่างพอประมาณ และร้อยละ 14.00 เห็นว่า ควรปล่อยให้การดำเนินคดีต่างๆ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมนอกจากนั้น ผลการสำรวจครั้งนี้ ยังพบว่า ประชาชนร้อยละ 51.58 เชื่อว่า การเมืองไทยหลัง พ.ต.ท.ทักษิณลี้ภัยจะเหมือนเดิม เพราะการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ร้อยละ 26.33 เชื่อว่า การเมืองไทยจะดีขึ้น และร้อยละ 22.09 เชื่อว่า การเมืองไทยจะแย่ลง ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสิ่งที่ประชาชนอยากฝากถึงอดีตนายกฯ มากที่สุด พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 43.44 เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรกลับมาสู้คดีให้ถึงที่สุด

(โดย ไทยรัฐ วัน อาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551 14:40 น)

ขอบคุณข่าวและภาพประกอบ :
http://news.sanook.com/politic/politic_297635.php